องค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
ติดต่อ โทร.054-209703
เมนู

วิญญาณครู

2017-09-25 15:25:45 อ่าน 451 ครั้ง

13/07/58

 

          อาชีพครูในสมัยเมื่อสัก 50 ปีที่แล้ว (ปัจจุบันปี พ.ศ.2558) หรืออาจจะนานกว่านั้น เป็นอาชีพที่มีเกียรติและเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครูที่ได้สอนอยู่ในพื้นที่ชนบทหรือที่ห่างไกลความเจริญ การศึกษาในระยะแรกของไทยเรานั้นขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย โรงเรียนที่ตั้งขณะนั้นก็คือ “โรงเรียนประชาบาล” และครูก็คือ “ครูประชาบาล” ที่ต้องทำงานด้วยความเสียสละ เหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก ในถิ่นทุรกันดาร บรรดาผู้นำหมู่บ้านต่าง ๆ อาทิ ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ฯลฯ จะต้องมาขอความรู้หรือขอคำปรึกษาหารือต่าง ๆ อยู่เสมอ การตัดสินใจเรื่องราวที่สำคัญต่าง ๆ ของหมู่บ้านก็มีครูนี่แหละที่คอยช่วยตัดสินใจให้ ไม่รู้อะไรคิดอะไรไม่ออกให้ไปหาครู จนกล่าวได้ว่าครูเป็น “ผู้นำทั้งชีวิตและจิตวิญญาณ” ของผู้คนก็คงไม่ผิด 

 

          เมื่อบ้านเมืองเจริญมากขึ้น “ครูประชาบาล” กลายเป็นตำนานให้ครูรุ่นหลังนำมาเป็นแบบอย่างและกระตุ้นเตือนสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อให้ครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่สมบูรณ์แบบ สุดแท้แต่ครูคนใดจะเลือกเป็น

 

 

          ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดลำปาง ในช่วงปี พ.ศ. 2527 – 2529 เป็นช่วงที่ผมได้ศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ พ.ศ. 2530 – 2532 เป็นช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย

 

          ผมจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนอนุบาลลำปาง และสอบเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ตอนนั้นผมไม่ทราบหรอกว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี เมื่อลองถามเพื่อน ๆ ดูก็บอกว่าจะสอบเข้าที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยกันเกือบทุกคน ผมก็เลยขอสอบบ้างโดยไม่ได้ไปเรียนพิเศษหรือกวดวิชาที่ไหน

 

          หลังจากวันรายงานตัว ผมและเพื่อน ๆ ในชั้นถูกจับมานั่งทำข้อสอบภาษาอังกฤษ โดยครูหญิงท่านหนึ่งท่าทางขึงขังและสูงวัย เส้นผมของครูเป็นสีขาวปกคลุมไปทั้งศีรษะ ในวันต่อมาพวกเราถูกจับแยกห้องเรียนกันใหม่หมด ผสมปนเปกับเพื่อนห้องอื่น ๆ ก็เพราะผลจากคะแนนสอบภาษาอังกฤษนั่นเอง โดยพวกเราไม่มีใครรู้ว่าได้คะแนนมากน้อยอย่างไร

 

          ผมถูกจับมาให้อยู่ห้อง 1/7 ก็เรียนอยู่จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คือ การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เพราะครูท่านนี้จะให้พวกเรามาถึงโรงเรียนก่อนเวลาเคารพธงชาติครึ่งชั่งโมง ครูจะใช้เวลาช่วงนี้สอนภาษาอังกฤษให้กับพวกเรา สัปดาห์หนึ่งก็ประมาณ 2-3 วัน แรก ๆ ผมก็รู้สึกไม่ค่อยชอบการเรียนตอนเช้า ๆ แบบนี้เท่าไหร่ แล้วก็ไม่ค่อยจะชอบภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเพื่อน ๆ ทุกคนก็ยังทำกันได้และไม่อยากจะถูกครูดุ ผมก็เลยต้องมาเรียนตามสั่ง

 

          ยังไม่จบเท่านี้หรอกครับ ครูท่านยังให้พวกเรามาเรียนภาษาอังกฤษ ในช่วงปิดเทอมใหญ่อีกครับ เรียนกันเกือบทุกวันเลยครับ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 12.00 น. แล้วก็พักเที่ยง จากนั้นภาคบ่ายก็เป็นการจดแบบฝึกหัดกลับไปทำเป็นการบ้าน การสอนของครูในขณะนั้นผมว่ามีความแปลกแหวกแนวนอกเหนือจากการสอนในห้องเรียนครับ เพราะครูจะมีสื่อการสอนที่ไม่เหมือนกับที่ใช้สอนในห้องเรียน จะเป็นแผ่นเคลือบพลาสติกบ้าง เป็นหนังสือเล่มใหญ่มีรูปภาพประกอบบ้าง แผ่นโปสเตอร์บ้าง เป็นต้น

 

          ครูทำอยู่อย่างนี้จนพวกเราจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตลอดเวลาที่ครูสอนพวกเราครูจะไม่เคยขาดสอน ถ้าไม่ติดงานสำคัญหรือมีธุระจำเป็นจริง ๆ ครูตั้งใจสอนพวกเราโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นค่าอาหารที่ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง... บางวันครูก็ซื้อขนมมาแจกพวกเรา... บางวันครูก็เลี้ยงอาหารกลางวันให้พวกเราด้วยเงินเดือนของครูเอง ผมเห็นครูใช้รถเก๋งคันค่อนข้างเก่าแต่สภาพดี ไม่ได้ใช้ตามยุคสมัย

 

          ผมสังเกตเห็นครูท่านนี้... ที่มีท่าทางขึงขังครั้งเมื่อแรกเห็นนั้น... วันนี้ เวลาที่ครูสอน จะแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า... แววตา บ่งบอกถึงความสุขที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์... จนผมสอบเรียนต่อที่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ ผมก็ยังเห็นครูสอนรุ่นน้องชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอยู่เช่นนี้... และที่สำคัญไม่เคยได้ยินครูบ่นว่าเหนื่อยเลย... สักนิดเดียว

 

          ความรู้ที่ครูที่พร่ำสอนพวกเรานั้น... ได้กลายเป็นพื้นฐานด้านภาษาที่สำคัญที่ผมได้นำไปใช้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีและโท... ตราบจนทุกวันนี้

 

          ครูท่านนี้มีนามว่า ครูสมใจ ยุกตะนันท์... วันนี้ครูได้ลาจากพวกเราไปแล้วครับ... สิ่งที่ครูมอบให้กับพวกเราคือความดีงาม และเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง.. ซึ่งศิษย์จะไม่มีวันลืมครับ...

 

          นี่แหละครู ที่มี... “วิญญาณครู”

 

คชสีห์
(02 11 2014 | 22:46:38)