องค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
ติดต่อ โทร.054-209703
เมนู

กวดวิชา

2017-09-25 12:34:55 อ่าน 796 ครั้ง

8 กรกฎาคม 2557

 

         เห็นเด็กนักเรียนสมัยนี้เรียนพิเศษกันมากมาย เรียนกันเป็นแฟชั่น เรียนกันตั้งแต่ ป.๑ กันไปเลย วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เห็นออกันเต็มหน้าสถาบันกวดวิชา ผมเห็นแล้วรู้สึกสงสารเด็ก ๆ เหล่านั้น และเห็นใจผู้ปกครองที่ต้องหาเงินหาทองมาจ่ายค่าเรียนพิเศษนอกเหนือจากค่าเทอม


          เด็ก ๆ ควรได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สร้างความอบอุ่น ฝึกหัดการช่วยเหลืองานบ้าน เรียนรู้สังคมในหมู่บ้านชุมชน ร่วมกิจกรรมกับชุมชนของตน หัดบำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือสังคม สิ่งเหล่านี้จะเติมเต็มเด็กให้เป็นคนที่สมบูรณ์

 

          แต่ตอนนี้เด็กไทยกลายเป็นเด็กที่แข็งกระด้าง ขาดสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ จิตใจเต็มไปด้วยการแย่งชิง ขาดการเอื้อเฟื้อและแบ่งปัน เมื่อเขาเติบโตขึ้นเขาจะเป็นคนดีของสังคมได้อย่างไร ถึงจะเก่งมีความรู้แต่ก็ปราศจากจิตใจที่ดีงาม ก็คงจะช่วยเหลือสังคมได้ยาก

 

          ดังนั้น หากการเรียนการสอนในชั้นเรียนทำได้ดี ทำได้เต็มที่ คุณครูมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูที่แท้จริง ตั้งใจเอาใจใส่ลูกศิษย์ของตน สร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเรียน ฝึกให้เด็ก ๆ รู้จักตั้งกลุ่มมาติวการบ้าน ติววิชาต่าง ๆ หลังเลิกเรียนทุก ๆ วัน โดยมีครูคอยแนะนำ เท่านี้ก็ไม่ต้องไปเรียนพิเศษที่ไหนแล้ว

 

 

          นักเรียนควรได้เรียนเต็มที่ในห้องเรียน ส่วนนอกโรงเรียนเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องสร้างเสริมเติมเต็มให้นักเรียนเป็นคนที่สมบูรณ์ และ เลิกค่านิยมในการไปเรียนกวดวิชาได้แล้ว

 

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลเคยออกมาประกาศว่าจะกวดขันเรื่องโรงเรียนกวดวิชา จะไม่ให้มีโรงเรียนกวดวิชาเกิดขึ้นอีก จะให้การเรียนการสอนในห้องมีประสิทธิภาพ และยังพูดว่าไม่ให้ครูไปสอนในโรงเรียนกวดวิชา เด็กที่ไปเรียนกวดวิชาถือว่ามีปัญหาในชั้นเรียน แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ อีกไม่นานต่อมาโรงเรียน/สถาบันกวดวิชาเกิดขึ้นมากมาย แถมยังตกแต่งหน้าร้านอย่างทันสมัยสวยงาม แนวโมเดิ้ล เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับเด็กนักเรียน 

 

          นอกจากจะห้ามตั้งโรงเรียนกวดวิชาแล้ว รัฐบาลยังประกาศว่าจะให้โรงเรียนทุกแห่งในประเทศไทยมีคุณภาพมาตฐานที่เท่าเทียมกัน ผู้ปกครองจะให้เรียนที่ไหนก็ได้ เรียนใกล้บ้านก็ดี จะได้รถไม่ติด ประหยัดค่าใช้จ่าย 

 

          ปีนี้ พ.ศ. 2557 โรงเรียนในท้องที่ชนบทบางแห่ง ถึงแม้จะไม่ถึงกับขาดแคลนครู แต่ครูก็ไม่มีเวลาที่จะสอนได้อย่างเต็มเวลา เพราะต้องทำหลายหน้าที่ ทำทั้งงานธุรการ งานการเงิน งานพัสดุ เขียนโครงการไปของบประมาณจากที่โน่น ที่นี่ ก็หมดวันแล้วครับ ก็ยังดีที่มีครูอัตราจ้างช่วยสอน (ส่วนครูจริงไปทำงานสำนักงาน)

 

          อีกประการหนึ่งที่ครูไม่ค่อยได้สอน เพราะต้องคอยทำผลงานรอการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วจะให้ครูท่านเอาเวลาที่ไหนมาสอน ผมว่ากระทรวงศึกษาฯ วางหลักเกณฑ์ไว้มากไป ทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ลองคิดดูนะครับ สมัยก่อนเด็ก ๆ เรียนหนังสือที่วัด เรืยนกับพระ ก็ยังเป็นคนดีอ่านออกเขียนได้ ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายหลายคน ครูรุ่นก่อนยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพก็ยังเป็นครูได้ สอนลูกศิษย์ได้ดีมามากมาย แต่พอมาถึงปัจจุบันครูมีใบประกอบวิชาชีพ มีชื่อสังกัดในโรงเรียน แต่ไม่ชอบสอนในโรงเรียน (บางส่วน)... แต่กลับชอบสอนในโรงเรียนกวดวิชามากกว่า เพราะสอนน้อย ได้เงินเยอะ... เป็นธุรกิจไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าที่กระทรวงศึกษาฯ กำหนดให้ครูต้องมีใบรับรองการประกอบวิชาชีพนั้น วัตถุประสงค์หลักต้องการให้สอนในโรงเรียน หรือเพื่อเอาไว้สอนในโรงเรียนกวดวิชากันแน่ครับ

 

          ไม่ว่าจะปฏิรูประบบการเรียนการสอนกันอีกสักกี่ครั้ง โรงเรียนกวดวิชาจะเกิดขึ้นอีกหรือหมดไป ทั้งหมดนี้คือเครื่องพิสูจน์คุณภาพการศึกษาไทย... และเด็กไทย

 

คชสีห์
(22 09 2013 | 19:45:47)